เรียนต่อต่างประเทศกับ GoUni

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เรียนต่ออังกฤษ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เรียนต่ออังกฤษ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2558

เตรียมตัวเรียน MBA ที่อังกฤษ

หลักสูตร MBA เปรียบเสมือนหลักสูตรที่ช่วยให้หลายๆคน ได้งานในตำแหน่งที่ดีขึ้น เงินเดือนสูงขึ้น แต่น้องๆ อาจจะยังไม่แน่ใจว่าจะต้องเตรียมตัวยังไง วันนี้พี่ๆ GoÜni รวบรวมข้อมูลควรรู้ก่อนสมัครเรียน MBA มาฝากครับ




1. เรียน MBA ต้องมีประสบการณ์ทำงาน

ใช่แล้วครับ MBA ที่ได้มาตรฐานและได้รับการรับรองจาก Association of MBAs (AMBA) ซึ่งเป็นสถาบันที่ให้การรับรองหลักสูตร MBA กว่า 200 สถาบันจาก 70 ประเทศทั่วโลก ผู้เรียนจะต้องมีประสบการณ์ทำงานอย่างต่ำ 3 ปี ถึงจะมีสิทธิ์สมัครเรียนได้

แต่ก็ยังมีบางมหาวิทยาลัยที่ไม่ได้พิจารณาเรื่องประสบการณ์ทำงานหรือ มีประสบการณ์ทำงานต่ำกว่า 3 ปี แต่ก็รับนักศึกษาเข้าเรียน ซึ่งมหาวิทยาลัยเหล่านี้ แน่นอนว่ายังไม่ได้รับการรับรองจาก AMBA

2. GMAT

คะแนน GMAT เป็นหนึ่งในคุณสมบัติที่ผู้สมัครเรียนจะต้องมีเพื่อเข้าเรียน MBA คะแนนเฉลี่ยที่มหาวิทยาลัยต้องการคือ 600+ คะแนนนี้ยิ่งเยอะยิ่งดีครับ

คำว่า GMAT นั้นย่อมาจาก the Graduate Management Admission Test แน่นอนครับ ข้อสอบนี้ได้รับการยอมรับจากสถาบันการศึกษาต่างๆกว่า 6,000 แห่งทั่วโลก ซึ่งในการทดสอบผู้เข้าสอบต้องมีความรู้ในทักษะต่างๆทั้งหมด 4 ด้าน ดังนี้ Analytical Writing Assessment, Integrating Reasoning, Quantitative, Verbal



3. IELTS 

เมื่อเราต้องการไปเรียนต่อต่างประเทศ ผลสอบภาษาอังกฤษเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่มหาวิทยาลัยต้องการครับ ข้อสอบ IELTS หรือ International English Language Testing System เป็นข้อสอบมาตรฐานที่สถาบันการศึกษาในอังกฤษ หรือเกือบทั้งโลกยอมรับ

สำหรับผู้เรียน MBA คะแนนมาตรฐานที่ควรจะได้คือ 6.5-7.0 ครับ


4. คำถามเพิ่มเติมสำหรับหลักสูตร MBA

หลายๆ คนอาจจะงงว่ามันคืออะไร นอกจาก Statement of Purpose หรือเรียงความประวัติส่วนตัวที่เราจะต้องเขียนแล้ว ในหลายๆ มหาวิทยาลัยยังมีคำถามพิเศษเพิ่มเติมที่ถามผู้สมัคร MBA โดยเฉพาะ

ส่วนมากแล้วจะต้องเขียนเกี่ยวกับงานที่เราได้รับมอบหมาย ผลงาน รวมถึงขนาดของบริษัทที่เราเคยทำงาน จำนวนพนักงานที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของเรา เป็นต้น

5. สอบสัมภาษณ์

ด่านสำคัญอีกหนึ่งด่านหนึ่งก่อนที่เราจะได้เป็นนักศึกษา MBA โดยสมบูรณ์ คือการสัมภาษณ์ครับ แต่เราไม่ต้องไปสัมภาษณ์ถึงที่อังกฤษนะครับ เพราะด้วยเทคโนโลยีปัจจุบัน ทางผู้อำนวยการหลักสูตรสามารถ ออนไลน์เข้าถึงผู้สมัครได้โดยตรง ซึ่งนอกจากคำตอบที่จะได้รับจากผู้สมัครแล้ว ยังสามารถเห็นบุคลิกต่างๆในขณะที่ให้สัมภาษณ์ได้อีกด้วย





ตัวอย่างคำถาม (credit: http://www.accepted.com/mba/questions.aspx)
  • Discuss your career progression.
  • Give examples of how you have demonstrated leadership inside and outside the work environment.
  • What do you want to do (in regard to business function, industry, location)?
  • Why the MBA?  Why now?
  • Describe an ethical dilemma faced at work?

เมื่อเรารู้อย่างนี้แล้ว ก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อมในทุกๆ ด้านนะครับ พี่ๆ GoÜni ยินดีช่วยเหลือและให้คำปรึกษาแก่น้องๆ ที่สนใจไปเรียนต่อ MBA ที่ประเทศอังกฤษ ฟรีทุกขั้นตอนเลยครับ

ถึงเวลาเพิ่มฐานเงินเดือนให้กับตัวเองแล้วครับ!!

วันพุธที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ต้องได้เกรดเฉลี่ยเท่าไหร่ ถึงจะสมัครเข้าเรียนต่อปริญญาโทที่อังกฤษได้?


เวลาที่เราเข้าไปดูใน Entry Requirement ของหลักสูตรในมหาวิทยาลัยต่างๆ ในอังกฤษ หลายๆ คนคงจะสงสัยว่า 2.1, 2.2 คืออะไร ซึ่งอาจจะมีบางคนเข้าใจว่ามันคือ GPA ที่ทางมหาวิทยาลัยนั้นๆ ต้องการ แต่ในความเป็นจริงแล้ว มหาวิทยาลัยในอังกฤษไม่ได้วัดผลเป็น GPA แต่เป็น เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นเราจะมาไขข้อสงสัยว่า 2.1, 2.2 นั้นหมายความว่าอะไรกันบ้าง และยังมีระดับอื่นๆ อีกไหม

ระบบในการให้คะแนนของอังกฤษนั้นเริ่มมีมาตั้งแต่ในศตวรรษที่ 16 ที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ซึ่งในตอนแรกจะแบ่งเป็น 3 ระดับคือ ระดับสูง 25% ระดับกลาง 50% และระดับล่าง 25% จากนั้นก็มีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นระดับคะแนนในปัจจุบันดังต่อไปนี้
  1. First-class honours (1st)
  2. Second-class honours, upper division (2:1)
  3. Second-class honours, lower division (2:2)
  4. Third-class honours (3rd)
  5. Ordinary degree (pass)
ถ้าจะอธิบายง่ายๆ First-class honours ก็คือเกียรตินิยมอันดับ 1 นั่นเอง Second-class honours ก็เทียบเท่ากับเกียรตินิยมอันดับ 2 แต่ว่าทางระบบของอังกฤษจะมีแยกเป็น upper กับ lower คะแนนก็ลดหลั่นกันลงมา ดังที่จะเห็นได้จากตารางเปรียบเทียบด้านล่าง

British ClassAmerican GPASecured Marks Level
First3.68–4.0074+
Upper Second3.33–3.6760–69
Lower Second3.00–3.3250–59
Third2.50–2.9945–49
Ordinary Pass2.00–2.4940–44
US GPA equivalent from The Fulbright Commission[37]
ที่มา: http://en.wikipedia.org/wiki/British_undergraduate_degree_classification

ตารางด้านบนเป็นการเปรียบเทียบระดับคะแนนของทางระบบอังกฤษ และอเมริกัน ซึ่งระบบการศึกษาไทยจะให้คะแนนแบบเดียวกับระบบการศึกษาอเมริกันคือ GPA นั่นเอง

แต่มหาวิทยาลัยในอังกฤษก็ไม่ได้พิจารณา GPA ของนักศึกษาไทยแล้วเปรียบเทียบให้ตรงกับตารางนี้เสมอไป เพราะทางอังกฤษก็จะดูชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของมหาวิทยาลัยในประเทศไทยเช่นกัน ดังนั้นตารางที่ยกตัวอย่างนี้ ได้เสนอภาพคร่าวๆ เวลาที่น้องๆ เห็น Entry Requirement ของมหาวิทยาลัย จะได้พอประเมินตนเองได้ว่า ควรยื่นใบสมัครหรือไม่อย่างไร 

จากประสบการณ์ของผู้เขียนที่เป็นที่ปรึกษาด้านการศึกษาต่อประเทศอังกฤษมานานกว่า 6 ปี พอจะบอกคร่าวๆ ได้ว่าถ้ายื่นใบสมัครกับมหาวิทยาลัยไหนจะมีโอกาสได้จดหมายตอบรับกี่เปอร์เซ็นต์ ถ้าหากสนใจสมัครเรียนมหาวิทยาลัยในอังกฤษ เรายินดีให้คำปรึกษาฟรีครับ

------------------------------------------------------------------------------------------------------------
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 02-967-7003, 098-825-9840 หรือ info@gouni.co.th
Website: www.gouni.co.th

วันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2557

อยู่อย่างประหยัดในประเทศอังกฤษ (2)

ครั้งก่อนเราพูดถึงเรื่องการประหยัดเงินค่าอาหารและค่าของใช้ในบ้านไปแล้วนะครับ วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องการประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนอื่นๆกันบ้าง


1. หาบ้านเช่าเอง: การหาบ้านเช่าอาศัยเองถือว่าเป็นความคิดที่ไม่เลวเลยครับ เพราะนอกจากเราจะได้ที่พักที่ไม่มีกฎระเบียบเยอะเหมือนหอพักแล้ว ราคาค่าเช่าก็ถือว่าไม่แพงเลยเมื่อเทียบกับหอพักของมหาลัยหรือของเอกชน แถมยังได้เพื่อนใหม่เพิ่มขึ้นอีกด้วย



2. เปลี่ยนวิธีการเดินทาง: น้องๆอาจจะลองเปลี่ยนจากการนั่งรถเป็นการเดินเท้า หากสถานที่ที่เราจะไปไม่ไกลมากนักและเราเดินไหว เพราะนอกจากเราจจะประหยัดค่ารถแล้ว เรายังได้ออกกำลังกาย สูดอากาศบริสุทธิ์ แถมได้ดูวิวรอบๆที่แปลกใหม่ไม่เหมือนการนั่งรถอีกด้วย (ลองหาเส้นทางอื่นๆเพิ่มเติม แล้วจะเห็นในสิ่งที่น้องๆไม่เคยเห็นมาก่อน) แต่ถ้าหากที่พักอยู่ไกลไม่สามารถเดินเท้าได้และเราต้องใช้เส้นทางเดิมๆประจำ แนะนำซื้อจักรยานมือสองมาปั่นชิวๆก็ดีครับ



3. กระเป๋าน้ำร้อนช่วยประหยัดค่าแก๊ส/ค่าไฟ: เมื่อฤดูใบไม้ร่วงมาถึง น้องๆหลายคนก็เริ่มรู้สึกถึงความหนาว บางคนทนหนาวไม่ไหวอยากจะเปิด Heater แต่ก็กลัวค่าแก๊ส/ค่าไฟที่เพิ่มขึ้น หรือบางครั้งก็เปิดในช่วงฤดูหนาวแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็ยังไม่รู้สึกหายหนาว ลองหากระเป๋าน้ำร้อนมากอดก็ช่วยให้หายหนาวได้เหมือนกันครับ หรือก่อนนอนสัก 10 นาที ลองเอากระเป๋าน้ำร้อนวางไว้ใต้ผ้าห่ม จะทำให้เตียงอุ่นขึ้นได้ระดับนึงครับ



4. ส่วนลดจากบัตรนักเรียน/นักศึกษา: ร้านค้าต่างๆ หรือแม้กระทั่งรถโดยสารสาธารณะ เช่น รถเมล์, รถไฟ เราสามารถขอส่วนลดจากราคาปกติได้ โดยถามเจ้าหน้าที่ที่รับเงินว่ามีส่วนลดสำหรับนักเรียนหรือไม่ ถ้ามีเราจะได้รับส่วนลด 5-20%เมื่อโชว์บัตรนักเรียน/นักศึกษา



5. ซื้อของ SALE: เราไม่จำเป็นต้องเป็นผู้นำกระแส หรือคนแรกๆของแฟชั่นก็ได้ เพราะการรอให้หมดฤดูกาล(แต่ไม่ตกเทรน)ก็ทำให้เราได้สินค้าในราคาถูกลงมาอีกนิด (ให้พยายามคิดว่าของที่เราซื้อมาก่อนหน้ายังใส่/ใช้ไม่หมดเลย เอามา mix and match ก็ได้แฟชั่นเก๋ๆไปอีกแบบ พอถึงช่วงSALE เราก็ค่อยไปซื้อของที่เราอยากได้ เท่านี้เราก็ได้ของในราคาลด 30%up แล้วหล่ะครับ



6. ซื้อตั๋วล่วงหน้า และใช้บริการเวลา off peak: วิธีประหยัดเงินค่าเดินทางคือการซื้อตั๋วล่วงหน้า และหลีกเลี่ยงเวลา Peak Time (ช่วง 7-9โมงเช้า และ 4-6โมงเย็น) เพราะฉะนั้นถ้าเราไปซื้อตั๋วควรดูช่วงที่เป็น off peak นะครับ

**หมายเหตุ** ถ้าซื้อตั๋วล่วงหน้าอย่าลืมดูว่ามีโปรโมชั่นรถอะไรบ้างนะครับ เพราะบางครั้งมี £1 หรือไม่ก็เป็นบัตรเข้าชมสถานที่สำคัญๆของเมืองนั้นๆฟรี

นี่เป็นเพียงเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่เกิดจากประสบการณ์ตรงของทีมงาน GoUni ที่เคยใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศอังกฤษมาก่อน หวังว่าบทความที่เราเขียนขึ้นมาจะเป็นประโยชน์ไม่มาก็น้อยนะครับ แล้วกลับมาพบกับบทความดีๆได้ที่นี่เรื่อยๆครับ

------------------------------------------------------------------------------------------------------------
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 02-967-7003, 098-825-9840 หรือ info@gouni.co.th
Website: www.gouni.co.th

วันพฤหัสบดีที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2557

สรุปบริการเสริมต่างๆของทาง VFS UK









1. Priority Visa Service บริการขอวีซ่าแบบด่วน 3-5 วันทำการ (ในสถานการณ์ปกติ)

ประเภทวีซ่าที่ใช้บริการได้ : Business Visitor, General Visitor, Tier 1, 2, 4 Visa

หมายเหตุ บุคคลที่มีสิทธิ์ขอวีซ่าแบบเร่งด่วนประเภท General Visitor จะต้องเคยเดินทางเข้าประเทศ สหรัฐอเมริกา หรือ แคนาดา หรือ ออสเตรเลีย หรือ นิวซีแลนด์ หรือ กลุ่มประเทศเชงเก้น ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา
นอกจากนี้ นักบินและพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ก็สามารถขอวีซ่าแบบด่วนได้

ค่าธรรมเนียม 100 ปอนด์ หรือประมาณ 5600 บาท

2. Prime Time Appointment Service  บริการยื่นเอกสารขอวีซ่าในวันเสาร์

ค่าธรรมเนียม 2800 บาท

3. Passport Pass Back Service บริการขอหนังสือเดินทางไปใช้ในระหว่างการพิจารณาวีซ่า

ประเภทวีซ่าที่ใช้บริการได้ : General Visitor

เงื่อนไข : ต้องส่ง หนังสือเดินทางไปให้ทาง VFS ภายใน 10 วันทำการหลังจากยื่นเอกสาร และต้องยื่นสำเนาหน้าหนังสือเดินทางทั้งเล่มตอนที่ยื่นเอกสารขอวีซ่า

ค่าธรรมเนียม 40 ปอนด์ หรือประมาณ 2200 บาท

4. VIP Premium Lounge Service บริการห้องรับรองพิเศษสำหรับผู้ยื่นขอวีซ่า

สิทธิพิเศษที่จะได้รับ : 
  • ไม่ต้องรอคิว
  • สะดวกสบายและเป็นส่วนตัว
  • ได้รับการดูแลเป็นพิเศษในระหว่างการบันทึกข้อมูลทางกายภาพ
  • ฟรีเครื่องดื่มและอาหารว่าง
  • ฟรีค่าไปรษณีย์ส่งหนังสือเดินทางกลับ
  • ฟรีค่าสำเนาเอกสาร (สูงสุด 50 หน้า)
  • ฟรีค่าถ่ายรูปลงใบสมัคร
  • ฟรีค่าข้อความและอีเมล์เตือน
ค่าธรรมเนียม 3,000 บาท

**หมายเหตุ** ราคาที่โชว์เป็นราคา ณ วันที่ 26 September 2014 โดยอาจมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต โปรดตรวจสอบอีกครั้งที่นี่


------------------------------------------------------------------------------------------------------------
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 02-967-7003, 098-825-9840 หรือ info@gouni.co.th
Website: www.gouni.co.th

วันพุธที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2557

อยากเรียน Finance แต่คุณสมบัติเราเรียนได้ไหม?

สาขาวิชายอดฮิตอีกหนึ่งสาขาคือ วิชาการเงิน

จากในอดีตที่หลายๆคนใช้ตลาดการเงินเป็นแหล่งทำเงิน แต่ก็ขาดทุนย่อยยับกลับมาหลายรายเนื่องจากขาดความรู้ความเข้าใจในการลงทุน แต่ในปัจจุบันคนไทยหลายๆคนมีความตื่นตัวทางด้านการเงินกันมากขึ้น ทั้งภาครัฐที่เริ่มใช้สื่อในการประชาสัมพันธ์โดยเน้นให้คนนำเงินมาลงทุนไว้กับตลาดการเงินต่างๆ เพื่อการออม จึงมีหลายคนที่อยากเรียนต่อทางด้านการเงินเพื่อนำมาประกอบวิชาชีพต่อไปในอนาคต

สิ่งสำคัญที่ควรพิจารณาคือคุณสมบัติของผู้เรียน เนื่องจากวิชาการเงินมีความเกี่ยวข้องกับวิชาบัญชี, เศรษฐศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ดังนั้นผู้เรียนที่ไม่เคยมีพื้นฐานทางด้านเหล่านี้มาก่อนอาจขาดคุณสมบัติในการสมัครเรียน เว้นแต่ว่ามหาวิทยาลัยในอังกฤษเปิดสอนหลักสูตรสำหรับคนที่ไม่มีพื้นฐานด้านการเงินให้โดยเฉพาะ

เรามาดูคุณสมบัติในแต่ละสาขาวิชากันครับ

Course
Requirement
GMAT
Finance
Degree in Accounting, Finance, Economics, Business
No
Investment
Degree in Finance, Economics, Business, Science or Engineering
No
Financial Engineering
Degree in Mathematics, Science or Engineering
Maybe
Financial Mathematics
Degree in Mathematics, Science or Engineering
Maybe
Actuarial Science
Degree in Mathematics, Statistics or Economics
No

หมายเหตุ ตารางข้างต้นบอกคุณสมบัติคร่าวๆ ซึ่งในแต่ละมหาวิทยาลัยอาจจะมีข้อแตกต่างกันเล็กน้อย

วิชาการเงินเกี่ยวข้องกับตัวเลขโดยตรง แต่ระดับในการใช้คณิตศาสตร์ของแต่ละสาขาแตกต่างกัน สำหรับวิชาการเงิน (Finance) หรือวิชาการลงทุน (Investment) ควรจะต้องมีพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์พอสมควร เพราะเราจะต้องเรียนรู้เกี่ยวกับการอ่านงบการเงิน และสูตรคณิตศาสตร์ทางด้านการเงินต่างๆ รวมถึงวิธีการอ่านกราฟอีกด้วย 

ถ้าเป็นวิชาวิศวะการเงิน (Financial Engineering) หรือ คณิตศาสตร์การเงิน (Financial Mathematics) จำเป็นที่จะต้องเรียนจบด้านวิศวกรรม, คณิตศาสตร์ หรือ วิทยาศาสตร์ มาเท่านั้น เนื่องจากเราจะต้องเรียนเกี่ยวกับการสร้างเครื่องมือทางการเงิน ซึ่งจะต้องใช้ความรู้ทางด้านคณิตศาสตร์ในระดับสูง ในขณะเดียวกันสาขาวิชาคณิตศาสตร์ประกันภัย (Actuarial Science) ก็แทบจะไม่แตกต่างกัน แต่ระดับในการใช้ความรู้ทางด้านตัวเลขจะเป็นไปในเชิงสถิติมากกว่า


ได้ทราบดังนี้แล้ว หวังว่าจะช่วยให้หลายๆ คนที่กำลังดูอยู่ว่าจะเลือกเรียนทางด้านการเงิน ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นนะครับ ^__^

------------------------------------------------------------------------------------------------------------
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 02-967-7003, 098-825-9840 หรือ info@gouni.co.th
Website: www.gouni.co.th

วันพฤหัสบดีที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2557

เรียน Marketing ด้านไหนดี?

เชื่อว่าหลายๆคน กำลังตัดสินใจว่าถ้าจะไปเรียนด้านการตลาด แต่ประเด็นคือสาขาการตลาดก็ยังมีแยกย่อยลงไปอีกหลายด้าน แล้วเราจะเลือกแบบไหนดีล่ะ เดี๋ยวเราจะไปดูความแตกต่างของแต่ละสาขากันครับ

ก่อนอื่นเรามาเรียนรู้กันก่อนว่า Marketing หรือการตลาด คืออะไร

ขอบคุณภาพจาก http://www.prosoftcrm.in.th/

Dr. Philip Kotler ศาสตราจารย์ด้านการตลาดที่มีชื่อเสียงของประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ให้นิยามของการตลาดว่า "การตลาด คือ กระบวนการทางสังคมและการจัดการที่ทำให้บุคคลหรือกลุ่มบุคคลได้รับสิ่งที่ตอบสนองความจำเป็น (needs) และความต้องการ (wants) โดยอาศัยการสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าและนำไปแลกเปลี่ยนกับบุคคลอื่น”


การเรียนการตลาดก็คือการเรียนวิธีการนำเสนอสินค้าหรือบริการเพื่อให้ลูกค้าหรือผู้บริโภคมาซื้อสินค้าหรือบริการของเรานั่นเอง

โดยทั่วไปแล้วมหาวิทยาลัยต่างๆ ส่วนใหญ่จะเปิดสอนสาขาวิชาการตลาดในชื่อของ Marketing Management ซึ่งในหลายๆที่ ก็จะมีสาขาอื่นๆเพิ่มเติม อย่างเช่น Marketing Communications, Advertising and Marketing, Brand Management, Marketing Analytics หรือ Digital Marketing แล้วอย่างนี้จะเลือกเรียนอะไรดีล่ะ

สาขาวิชา
เรียนอะไรบ้าง
Marketing Management
เรียนภาพรวมทั้งหมดของการตลาด การวิเคราะห์ วางแผน และกลยุทธ์การตลาด
Marketing Communications
เรียนเรื่องการสื่อสารการตลาด ประชาสัมพันธ์ โฆษณา
Brand Management
เรียนเรื่องการสร้างตราสินค้า สร้างคาแรกเตอร์ให้ผุ้บริโภคได้รู้จัก
Marketing Analytics
เรียนเรื่องการวิจัยทางด้านการตลาด การใช้ตัวเลข สถิติในการวิเคราะห์เพื่อทำแผนการตลาด
Digital Marketing
เรียนวิธีการทำการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย

พอทราบอย่างนี้แล้ว หวังว่าจะช่วยให้ผู้อ่านตัดสินใจได้ง่ายขึ้นนะครับ

------------------------------------------------------------------------------------------------------------
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 02-967-7003, 098-825-9840 หรือ info@gouni.co.th
Website: www.gouni.co.th

วันพุธที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2557

เรียนต่อที่อังกฤษทั้งที ต้องแวะไปดูบอลพรีเมียร์ลีค

ไปเรียนต่อที่อังกฤษ ก็ต้องไปดูบอลพรีเมียร์ลีคด้วยสิครับ

การแข่งขันฟุตบอลรายการพรีเมียร์ลีคเป็นลีคสูงสุดของประเทศอังกฤษ มีการจัดการแข่งขันทุกปี เริ่มตั้งแต่เดือนสิงหาคม ไปจนถึงเดือนพฤษภาคมปีถัดไป โดยที่ไม่มีการพักระหว่างฤดูกาลเหมือนดังเช่นประเทศในยุโรปที่นิยมเบรคหนีหนาวกัน แต่บอลอังกฤษเตะรวดเดียว ยิ่งช่วงเทศการคริสมาส ไปจนถึงปีใหม่ยิ่งมีการแข่งขันกันถี่มากกว่าเดิม


โดยฤดูกาลที่ผ่านมาทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เข้าวินมาเป็นอันดับที่ 1 ของลีค ตามด้วยทีมลิเวอร์พูล ที่พลาดท่าเสียหลักในช่วงท้ายฤดูกาลไปอย่างน่าเสียดาย ในขณะที่ยอดทีมจากเมืองแมนเชสเตอร์อีกหนึ่งทีมคือ ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกลงไปอยู่ถึงอันดับที่ 7 จากการเปลี่ยนแปลงกุนซือ หรือผู้จัดการทีม ทำให้ผลงานแย่ลง

มาถึงฤดูกาลที่จะเริ่มภายในหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้านี้ ทางวิลเลี่ยม ฮิลล์บริษัทรับพนันชื่อดังของอังกฤษได้ยกให้ ทีมเชลซีจากลอนดอนของผุ้จัดการทีม โฮเซ่ มูริญโญ่ เป็นเต็ง 1 ตามมาด้วยแชมป์เก่าปีที่ผ่านมา แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นเต็ง 2 และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เพิ่งเปลี่ยนผุ้จัดการทีมอีกครั้งเป็น หลุยส์ ฟาน กัล อดีตผู้จัดการทีมชาติฮอลแลนด์ ที่พาทีมได้อันดับ 3 ในฟุตบอลโลก เป็นทีมเต็ง 3 และทีมแชมป์คอมมูนิตี้ชิลด์ สดๆ ร้อนๆ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา อาร์เซนอล อยู่ที่เต็ง 4 ในขณะเดียวกันทีมรองแชมป์ปีที่แล้วที่เพิ่งเสียดาวยิงคนสำคัญอย่าง หลุยส์ ซัวเรซ คือ ทีมลิเวอร์พูล กลายเป็นทีมเต็ง 5 ที่จะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีคปีนี้ไปครอง

สำหรับน้องๆ หลายคนที่ได้มีโอกาสไปเรียนต่อที่อังกฤษไม่ว่าจะเรียนภาษาหรือระดับปริญญา ก็ไม่ควรพลาดการแข่งขันฟุตบอลรายการนี้นะครับ ซึ่งการเดินทางไปดูฟุตบอลที่สนามนั้นไม่ยากเลย โดยปกติในแต่ละเมืองของประเทศอังกฤษจะมีรถสาธารณะให้ใช้ ไม่ว่าจะเป็น รถประจำทาง รถไฟ หรือรถไฟใต้ดิน แล้วเราจะเริ่มต้นกันยังไงดี พี่ได้เขียนสรุปเป็นขั้นตอนมาดังนี้ครับ

1. เช็คโปรแกรมการแข่งขันของทีมโปรดก่อน โดยเข้าไปดูได้ที่นี่ครับ โปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีค หรือว่าจะเข้าไปในเว็บไซต์ของแต่ละสโมสรก็ได้ครับ

2. ซื้อตั๋วเข้าชมการแข่งขัน น้องๆ สามารถเข้าไปซื้อตั๋วทางออนไลน์ได้ตามเว็บของสโมสรแล้วค่อยไปรับที่สนาม หรือซื้อผ่านจุดขายตั๋วทั้งที่หน้าสนาม และร้านขายของที่ระลึกภายในตัวเมืองนั้นๆได้ แนะนำว่าควรไปซื้อก่อนล่วงหน้า ไม่งั้นอาจจะอดดูได้

ปกติแล้วถ้าเป็นทีมขนาดใหญ่ เราจะต้องเป็นสมาชิกของสโมสรก่อน ถึงจะมีสิทธิ์ในการซื้อตั๋วเข้าชมได้ครับ ส่วนราคาจะขึ้นอยู่กับคู่แข่งขันว่าเป็นทีมขนาดใหญ่ด้วยกันหรือไม่ ซึ่งราคาค่าตั๋วจะแพงกว่าเดิม สำหรับแฟนบอลตัวยง และเป็นสมาชิกของสโมสร สามารถซื้อตั๋วเป็นรายปีได้ด้วยนะครับ

อันดับราคาตั๋วปีพรีเมียร์ลีก ประจำฤดูกาล 2014-15
อันดับสโมสรค่าตั๋วถูกที่สุดค่าตั๋วแพงที่สุด
1อาร์เซนอล1,014 ปอนด์2,013 ปอนด์
2ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ส795 ปอนด์1,895 ปอนด์
3ลิเวอร์พูล710 ปอนด์869 ปอนด์
4เวสต์แฮม640 ปอนด์910 ปอนด์
5เซาแธมป์ตัน608 ปอนด์853 ปอนด์
6เชลซี595 ปอนด์1,250 ปอนด์
7คริสตัล พาเลซ550 ปอนด์720 ปอนด์
8เอฟเวอร์ตัน544 ปอนด์719 ปอนด์
9แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด532 ปอนด์950 ปอนด์
10ฮัลล์ ซิตี้501 ปอนด์572 ปอนด์
11ควีนส์พาร์ค เรนเจอร์ส499 ปอนด์949 ปอนด์
12เบิร์นลีย์499 ปอนด์685 ปอนด์
13สโต๊ค ซิตี้459 ปอนด์609 ปอนด์
14สวอนซี ซิตี้449 ปอนด์499 ปอนด์
15ซันเดอร์แลนด์400 ปอนด์525 ปอนด์
16นิวคาสเซิล383 ปอนด์710 ปอนด์
17เลสเตอร์ ซิตี้365 ปอนด์730 ปอนด์
18เวสต์บรอมวิช อัลเบียน349 ปอนด์459 ปอนด์
19แอสตัน วิลลา335 ปอนด์615 ปอนด์
20แมนเชสเตอร์ ซิตี้299 ปอนด์860 ปอนด์

3. เตรียมตัวเดินทาง หากต้องเดินทางไปชมการแข่งขันที่เมืองอื่น ควรวางแผนจองตั๋วรถไฟหรือรถโค้ชไว้ล่วงหน้า เนื่องจากวันแข่งขันก็จะมีแฟนบอลทีมเยือนตามไปชมการแข่งขันมากมาย มิเช่นนั้นเราอาจจะต้องนอนค้างที่เมืองนั้นๆ 1 คืนก็เป็นได้

เกร็ดความรู้เล็กน้อยในการไปดูบอล

- อย่าลืมซื้อหนังสือโปรแกรมเป็นที่ระลึก หนังสือโปรแกรมของแต่ละทีมจะมีรายละเอียดการแข่งขันของวันนั้นๆ รายชื่อนักฟุตบอล และบทความที่น่าติดตามต่างๆ รวมทั้งรูปสวยๆ ด้วยครับ


- ปกติแล้วอัฒจันทร์ ด้านหลังโกล์จะเป็นที่นั่งราคาถูก แต่แฟนบอลพันธุ์แท้มักจะนั่งด้านนี้ ซึ่งบรรยากาศการเชียร์จะค่อนข้างเข้มข้น ทุกคนจะช่วยกันร้องเพลงเชียร์ตั้งแต่ต้นเกมส์และคอยปลุกเร้านักเตะทีมเจ้าบ้านตลอดเวลา รวมถึงส่งเสียงโห่ เวลาที่กรรมการตัดสินไม่ถูกใจ หรือฝั่งผุ้เล่นทีมเยือนทำผิดกติกา

- เวลาไปสนามแข่งขันของทีมดังๆ มักจะมีแฟนบอลมายืนตะโกนว่า "Any spare tickets please?" เป็นประจำ

- ในปัจจุบัน บางสนามเริ่มออกกฏห้ามนำไอแพด หรือกล้องเข้าไปถ่ายรูปหรือบันทึกวีดีโอในสนามแล้ว

- ร้านขายของที่ระลึก มักจะมีสินค้ารุ่นเก่ามาลดราคาให้เลือกซื้อเสมอ

- ถ้ามีโอกาส ควรแวะเข้าชมพิพิธภัฑณ์ของสโมสร เพื่อดูประวัติศาสตร์และถ้วยแชมป์ต่างๆได้ แต่ปกติจะเปิดทำการเฉพาะวันที่ไม่มีการแข่งขัน




สุดท้ายนี้ ขอให้สนุกกับการดูบอลนะครับ :)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 02-967-7003, 098-825-9840 หรือ info@gouni.co.th
Website: www.gouni.co.th

วันพฤหัสบดีที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2557

แนะนำเมือง Coventry (โคเวนทรี)

เรียนต่อต่างประเทศที่ โคเวนทรี เป็นอีกเมืองหนึ่งที่อยู่ใกล้กับเบอร์มิ่งแฮม วันนี้เราจะมาแนะนำให้รู้จัก โคเวนทรี ให้มากขึ้นกว่าเดิมกันครับ





Lady Godiva
Coventry อ่านว่า โคเวนทรี เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของภูมิภาค West Midlands มีประชากรราว 3 แสนคน และอาจกล่าวได้ว่าเป็นเมืองนักศึกษาแห่งหนึ่ง เนื่องจากมีมหาวิทยาลัยชื่อดังอยู่ 2 แห่งซึ่งก็คือ Coventry University และ University of Warwick โดยมีจำนวนนักศึกษารวมกันเกือบ 50,000 คน ซึ่งมากกว่า 10% ของประชากรทั้งหมดในเมืองเลยทีเดียว
โคเวนทรี อยู่ห่างจากลอนดอน 1 ชั่วโมงและห่างจากเบอร์มิ่งแฮม 20 นาทีโดยรถไฟ การเดินทางไปยัง โคเวนทรี สามารถโดยสารเครื่องบินมาลงที่ Birmingham International Airport และต่อด้วยรถแท๊กซี่ราว 20 นาทีก็จะถึงใจกลางเมือง 


Coventry Cathedral


เมืองโคเวนทรี เป็นเมืองเก่าแก่แห่งหนึ่งของประเทศอังกฤษ มีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่ก่อนยุคสมัยโรมัน จึงมีเรื่องเล่าและตำนานมากมายหนึ่งในนั้นคือ เลดีโกไดว่า สตรีสูงศักดิ์ ผู้เป็นสัญลักษณ์ของเมือง ที่ช่วยเหลือชาวเมืองด้วยการยอมเปลือยกายขี่ม้ารอบเมือง เพื่อให้ลีโอฟริก เอิร์ลแห่งเมอร์เซียและลอร์ดแห่งเมืองโคเวนทรี ผู้เป็นสามีของเธอ ยอมลดภาษีให้แก่ประชาชน 

Cathedral Lanes

นอกจากเบอร์มิ่งแฮม ที่เป็นเมืองอุตสาหกรรมแล้ว โคเวนทรี ก็มีโรงงานอุตสาหกรรมหลายด้านเช่นกัน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมรถยนต์ สำนักงานใหญ่รถยนต์ Jaguar ตั้งอยู่ในเมืองแห่งนี้ รวมถึง Coventry Transport Museum ที่จัดแสดงประวัติศาสตร์ความเป็นมาทั้งรถยนต์ รถจักรยาน โดยเปิดให้เข้าชมฟรีทุกวัน อุตสาหกรรมอีกประเภทหนึ่งที่มีชื่อเสียง ก็คือ นาฬิกา และนาฬิกาข้อมือ โคเวนทรี เป็น 1 ใน 3 ศูนย์กลางการผลิตหลักของสหราชอาณาจักรเลยทีเดียว

ภายในตัวเมืองโคเวนทรี ยังมีแหล่งช้อปปิ้งไม่ว่าจะเป็นศูนย์การค้า West Orchards, Lower Precinct หรือ Cathedral Lanes และร้านอาหาร ผับ บาร์มากมายที่อยู่ในบริเวณเดียวกันให้เลือกใช้บริการ

มหาวิทยาลัยในโคเวนทรีมีดังต่อไปนี้

- Coventry University
- University of Warwick

----------------------------------------------------------------------------------------------------------
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 02-967-7003 หรือ info@myplan-edu.com